วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความรู้ เพื่อหาคำตอบ สำหรับวันที่ 24/2/2010

สรุป Strategic Management for IT

มีความรู้มากมายที่ผู้รู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการกลยุทธ์เช่น

โดยการประยุกต์ใช้ก็มีมากมาย เช่น


เมื่อเรามีความรู้ด้านบริหารกลยุทธ์ มีประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Information Technology ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคน ทุกหน่วยงานหลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องนำ IT ประยุกต์ IT ในการทำงานปฏิบัิติงานให้องค์กรประสบความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ขององค์กรนั้นๆ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีคำถามว่า

1. การบริหารกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ ในองค์กรมีความสำคัญ ความจำเป็น มากน้อยเพียงใด และเหตุใดทุกหน่วยจะต้องดำเนินการ ไม่ดำเนินการได้หรือไม่
2. กรณีศึกษาบริษัทประกันชีวิต ABXY ตามเอกสารที่แจกไปเมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 นั้น ท่านคิดว่าจะมีกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการให้บริษัทดีขึ้นได้หรือไม่อย่างไร พร้อมให้เหตุผลประกอบ ด้วย
3. จาก SWOT ของวิทยเขตมุกดาหาร ถ้าหากว่าจะทำเป็นยุทธศาสตร์การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาวิทยาเขตมุกดาหารจะทำได้หรือไม่ และยุทธศาสตร์ที่ว่าควรจะเป็นอย่างไร บอกข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

ครับทั้ง 3 ข้อ ทำให้ทุกท่านได้เกิดการเรียนรู้่ การเรียนรู้บางครั้งจำเป็นที่จะต้องรู้จากผู้รู้ แต่บางครั้งเราสามารถที่ค้นหาความรู้ เพื่อรู้เองได้ การรู้เองจะทำให้เกิดความจำในส่วนของสมองที่เราจะสามารถนำไปประยุกต์ในอนาคตได้ ดังนั้น ถ้าเราฝึกฝนเป็นผู้ที่ใผ่รู้ให้มากๆ แล้ววันหนึ่ง เราจะเป็นผู้รู้ที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดสู่คนอื่นๆ ผมจะรอวันที่ทุกท่านเป็นผู้รู้ และผมจะขอความรู้จากท่านเช่นกัน
ขอบคุณมากในความใส่ีใจที่จะเป็นผู้รู้ครับ
มนูญ ศรีวิรัตน์

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กลยุทธ์ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ

ในการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะเป็นว่าในการวางกลยุทธ์เพื่อจะได้โครงการในการพัฒนาระบบสารสนเทศนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ซึ่งฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับที่ 10) และไปดูที่รายละเอียดที่เป็นนโยบายด้าน ICT ของประเทศที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรับผิดชอบ ที่เรียกว่า แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (ฉบับที่)

นอกจากแผนแม่บท ICT ระดับประเทศแล้ว ระดับกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดทำแผนแม่บทด้าน ICT ที่สอดรับกับแผนแม่บทระดับประเทศเพื่อทำให้ทิศทางการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือ ICT เป็นไปในทิศทางเดียวกันอันจะเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศด้าน ICT สำหรับ แผนแม่บท ICT ผู้เขียนคิดว่ามีประเด็นบางส่วนที่สำคัญ เกี่ยวกับ การพัฒนาระบบ การใช้ระบบที่เรียกว่า Open Source ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ 1 : การพัฒนากำลังคนด้าน ICT และบุคคลทั่วไปให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ ผลิต และการใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน (ที่มา : http://www.mict.go.th/download/ICT_masterplan/no6_ICTMP2_NITC_Vision.doc.pdf) ในมาตรการ การพัฒนาบุคลากร ICT ข้อ 1.1 ปรับปรุงรูปแบบ วิธีการในการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา (2) และ (4) เกี่ยวกับการใช้ Open Source

จากแผนแม่บทดังกล่าวในปัจจุบันมีการใช้ Open Source เพิ่มมากขึ้นแต่จำนวนยังไม่สูงมากนัก จำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันศึกษาต่างๆ จะต้องมีกลยุทธ์ แผนงาน มีโครงการที่จะส่งเสริมและสนับสนุนในการใช้งานระบบ Open Source ซึ่งปัจจุบันการพัฒนา Website ด้านต่างๆ มีความต้องการสูงมากจากผู้ใช้บริการที่เป็นระบบ E-Service ประเภทต่างๆ และสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องมื่อเป็นโปรแกรม Open Source ที่จะสามารถถูกนำมาใช้ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ พัฒนาระบบ Website คือ Joomla [โดยที่ Joomla!” เป็นโปรแกรม open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Web Content Management Systems: CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ mySQL ทั้งนี้ Joomla! ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยระยะเริ่มต้น Joomla! ได้มุ่งเน้นเพื่อใช้ในการพัฒนา Coporate Website หรือเว็บไซต์ของบริษัทและองค์กรต่างๆ รวมไปถึงเว็บ Intranet ภายในหน่วยงาน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของรูปแบบที่ดูเป็นสากล รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานของทั้งผู้พัฒนาและผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจาก CMS ทั่วไป ตรงที่สามารถออกแบบและสร้างหน้าตาของเว็บไซต์ (Template) ได้ตามต้องการ และเนื่องจากการพัฒนา Joomla! ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องมือเสริมหลายตัวที่ช่วยในการนำไปใช้สร้างเว็บไซต์ได้หลายประเภทมากขึ้น อาทิ การสร้างเว็บไซต์เชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce การสร้างเว็บท่า(Portals) การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็น Community และเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้

หากต้องการที่จะสร้างเว็บไซต์ แต่ไม่เคยรู้ว่าจะทำได้อย่างไร Joomla! สามารถช่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมอย่าง HTML, XML, DHTML, PHP หรือแม้แต่ mySQL ซึ่งสามารถเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเนื้อหา โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขโปรแกรม รวมถึง Joomla! ยังไม่มีขีดจำกัดในเรื่องของการออกแบบ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้สวยงามตามต้องการ (ที่มา :
www.idesign.in.th/us/categoryblog/156-joomla--.html) ]

คำถาม

1. ท่านคิดว่าจะใช้ Joomla ในการพัฒนาระบบสารสนเทศประเภทใดที่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือสภาวะเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน

2. ถ้าหากท่านเป็นผู้บริหารของบริษัทหรือองค์กรใด ท่านจะมีนโยบายหรือกลยุทธ์อย่างไร ให้มีการใช้งาน Joomla ให้เกิดประโยชน์และเกิดผลดีต่อองค์กร

3. ท่านคิดว่า Joomla เป็นทางเหลือที่ดีหรือยัง จะมีข้อพัฒนาเพิ่มเติมในด้านใดบ้าง พร้อมให้เหตุผล

ีต่อองค์กร

ใด ท่านจะมีนโยบายหรือกลยุทธ์อย่างไร ให้มีการใช้งาน ผนแม่บทด้าน ปดูที่รายละเอียดที่เป็นนโยบาย