หลายๆ ท่านคงจะเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิต สำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยนักศึกษามีพฤติกรรมที่ใช้เครื่องมือด้าน ICT มากขึ้น รวมทั้งใช้สังคมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Hi5 Blog Twitter) มีจำนวนมากขึ้น อีกทั้ง สืบเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยของเราในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อการได้รับงบประมาณสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กำหนดให้หน่วยงานจัดหาระบบจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวที่เกี่ยวกับการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการจัดหาเช่นกัน นอกจากนั้น แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับที่ 2 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษามีแผนการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการประเมินประกันคุณภาพการศึกษาผลการประเมินได้เสนอแนะให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ว่า “เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ ที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ด้วยสาเหตุข้างต้นจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีต้องดำเนินงานการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณทั้งเงินแผ่นดินและเงินรายได้
ดังนั้น เพื่อให้วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นจริงในประเด็นการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้การสอนโดยเน้นความพอเพียง ตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “สร้างสติและปัญญาแก่สังคม บนพื้นฐานความพอเพียง” ผู้เขียนใคร่ขอนำเสนอการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เนื่องจากเครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์ (Social Network เช่น blog, twitter, facebook, homepage เป็นต้น) เป็นระบบที่ผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและงบประมาณในการพัฒนาระบบ โดยทั้งอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาสามารถใช้งานระบบได้ง่ายและสะดวก นอกจากนั้น การประยุกต์ดังกล่าวจะเป็นการดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายในหัวข้อ “แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า” ในการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า” ณ โรงแรม บีพี สมิหลา จังหวัดสงขลา วันที่ 23 กันยายน 2542 ดังความตอนหนึ่งว่า “...ข้าพเจ้าเคยเปิดพบ Websites ของห้องสมุดประชาชนในต่างประเทศที่เป็นเวทีให้เด็กทำแบบนี้ ให้เด็กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นของตนลงไป เพื่อเล่าให้เด็กอื่นๆที่เปิดดูทราบว่า เขามีความคิดต่อหนังสือเล่มนี้อย่างไร ในลักษณะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการใช้สื่ออื่นๆ ต่อไป...” “...ความรู้ทาง internet ได้ด้วย ครูจึงน่าจะไปตรวจดูก่อนว่า เรื่องที่จะกำหนดในแผนให้พูดในชั้นเรียนนั้นจะมี websites อะไรบ้างที่จะส่งเสริมการสนทนาในชั่วโมงนั้นต้องตั้งข้อสังเกตได้ว่า websites นั้นเป็นอย่างไร เพราะในเรื่องเดียวกันจะมีหลาย websites จะมีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันออกไป...” “...ข้าพเจ้าเคยเปิดพบ Websites ของห้องสมุดประชาชนในต่างประเทศที่เป็นเวทีให้เด็กทำแบบนี้ ให้เด็กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นของตนลงไป เพื่อเล่าให้เด็กอื่นๆที่เปิดดูทราบว่า เขามีความคิดต่อหนังสือเล่มนี้อย่างไร ในลักษณะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการใช้สื่ออื่นๆ ต่อไป...”
โดยในปัจจุบัน E-Book หรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(
http://student.nu.ac.th/supaporn/e%20-book.htm) ได้มีความหมายหลายอย่าง
ดังนี้
1.1 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์ที่ใช้ในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้นก็ได้มีผู้ให้คำนิยามเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้หลายท่านด้วยกัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะด้วยกัน คือในลักษณะของซอฟท์แวร์ , ฮาร์ดแวร์ และในลักษณะที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์
1.1.1 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะของซอฟท์แวร์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หมายถึง หนังสือเล่มที่ถูกดัดแปลงให้อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ผู้อ่านสามารถอ่านข้อมูลได้จากจอคอมพิวเตอร์ มีลักษณะข่าวสารเป็นแบบพลวัต หากต้องการปรับปรุงข้อมูลก็สามารถทำได้โดยดึงข้อมูล (Download) มาจากอินเตอร์เน็ต หรือซีดีรอม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีความสามารถในการทำไฮเปอร์เท็กซ์, คนหาข้อความ , ทำหมายเหตุประกอบ และการทำสัญลักษณ์ใจความสำคัญ (พิชญ์ วิมุกตะลพ, 2538 : 214; Barker , 1992 : 139 ; Gates,1995 : 139 ; “What are E- Books?”,1999 : 1; “NetLingo :The Internet Language Dictionary”, 1999 : 1 “High-Tech Dictionary Definition”, 1999 : 1 “Electronic Book”, 1999 : 1; Reynolds and Derose. 2535 : 263, อ้างถึงใน สุชาดา โชคเหมาะ,2539 : 1-2)
1.1.2 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะของฮาร์ดแวร์ ได้มีผู้ให้คำนิยามไว้ดังต่อไปนี้
“TechEncyclopedia” (1999 : 1) กล่าวกันว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นอุปกรณ์ฉบับกระเป๋าซึ่งสามารถแสดงข้อมูลที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ได้ สามารถจัดทำสำเนาได้ ทำบุ๊คมาร์คและทำหมายเหตุประกอบได้ “Electronic Book – Webopedia Definition” (1999 : 1)ได้กล่าวถึงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในฐานะที่เป็นฮาร์ดแวร์ไว้ในทำนองเดียวกับ TechEncyclopedia โดยได้แบ่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 2 รูปแบบคือ ร็อคเก็ตอีบุ๊ค (Rocket Ebook )ของ นูโวมีเดีย เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับกระเป๋า พกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 22 ออนซ์ เก็บข้อมูลได้ถึง 4,000 หน้ากระดาษการเปิดพลิกหน้าร็อกเก็ตอีบุ๊คให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการเปิดหนังสือจริงสามารถทำแถบสว่าง (Highlight) , ทำหมายเหตุประกอบ , ค้นหาคำ และสร้างบุ๊คมาร์คได้ หากต้องการปรับปรุงข้อมูลก็สามารถติต่อไปยังร้านหนังสือหรือเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สำหรับรูปแบบที่ 2 คือ ซอฟท์บุ๊ค (Softbook) ของซอฟท์บุ๊คเพรส มีลักษณะคล้ายกับร็อคเก็ตบุ๊ค มีความจุตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึง 1 ล้านหน้ากระดาษ
1.1.3 ความหมายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ได้มีผู้ให้ความหมายดังนี้
“What is an E-Book (1999 : 1) ได้ให้ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือทั้งที่มีและไม่มีตัวจริง โดยมีรูปแบบการอ่าน 3 แนว คือ ดึงข้อมูลออกมาและพิมพ์โดยผู้ใช้งาน,อ่านโดยตรงจากจอคอมพิวเตอร์ และใช้อ่านโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่นได้แก่ ไลเบรียสมิลลิเนียมอีบุ๊ครีดเดอร์ (Librius Millennium Ebook Reader) , ร็อคเก็ตบุ๊คเป็นต้น
จากความหมายที่กล่าวมาทั้ง 3 ลักษณะ สามารถสรุปได้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การนำหนังสือหนึ่งเล่มหรือหลายๆ เล่ม มาออกแบบใหม่ให้อยู่ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์ โดยปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่รูปของตัวอักษร, ภาพนิ่ง , ภาพเคลื่อนไหว ,เสียง , ลักษณะที่ตอบโต้กันได้ (interactive) และการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ สามารถทำบุ๊คมาร์กและหมายเหตุประกอบตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ โดยอาศัยพื้นฐานของหนังสือเล่มเป็นหลัก
1.2 ธรรมชาติของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีโครงสร้างเหมือนๆกับหนังสือเล่มทั่วๆไป โดยจะประกอบด้วยหน้าปกหน้า-หลัง , สารบัญ ,เนื้อหาภายในเล่ม และดัชนี เนื้อหาภายในเล่มอาจจะแบ่งออกเป็นบทแต่ละบทมีจำนวนหน้ามากน้อยแตกต่างกันไป ในแต่ละหน้าจะประกอบด้วยตัวอักษร, ภาพนิ่ง , ภาพเคลื่อนไหว ,เสียง (อาจจะแสดงทันทีหรือปรากฎเป็นปุ่มไว้ให้กดเรียกก็ได้)หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตะแตกต่างจากหนังสือเล่มในการพลิกหน้า โดยที่ไม่ได้มีการพลิกหน้าจริง หากแต่เป็นไปในลักษณะของการซ้อนทับกัน (Barker and singh, 1985 quoted in Barker and Manji. 1991 : 276) สิ่งที่แตกต่างกันระหว้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับหนังสือเล่มอย่างเด่นชัดคือ การปฏิสัมพันธ์และความเป็นพลวัต (Barker,1996 : 14) ซึ่งอาจจะแตกต่างกันล่างในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่ละเล่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน และการปฏิสัมพันธ์จากผู้อ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเหมือนกับหนังสือเล่มดังภาพประกอบ 2 คือมีหน้าปกเพื่อบอกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับหนังสือ หากใน 1หน้า มีข้อมูลเป็นหน้าคู่ ด้านซ้ายมือเป็นหน้าซ้าย ด้านขวามือจะเป็นหน้าขวา กดปุ่มไปหน้าก็จะไปยังหน้าต่อไป กดปุ่มถอยหลังจะกลับไปหน้าก่อน นอกจากนี้ยังสามารถกระโดดข้ามไปยังหน้าที่ผู้อ่านต้องการได้อีกด้วย หน้าสุดท้ายจะเป็นหน้าก่อนออกจากโปรแกรม ถึงแม้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะคล้ายกับหนังสือเล่มมากแต่ข้อจำกัดที่มีอยู่มากมายในหนังสือเล่มไม่สามารถส่งอิทธิพลมายังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด
คำถามที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีนโยบายนำ E-book มาใช้ในการเรียนการสอน ท่านคิดว่าจะตอบคำถามต่อไปนี้ได้หรือไม่อย่างไร
(1) มหาวิทยาลัยควรจะมีกลยุทธ์และวิธีการอย่างไรในการที่จะให้นักศึกษาและอาจารย์ได้รับทราบข้อดีและข้อเสียของการใช้ E-book ในการเรียนการสอน
(2) ถ้าหากว่าท่านได้รับการเลือกเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ E-book ท่านคิดว่าจะได้อย่างไรถึงจะสามารถทำให้มียอดขายจำนวนมากที่สุด