วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แบบทดสอบ SM of IT

ข้อที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (มุกดาหาร สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์) วิสัยทัศน์ “สะพาน การค้า และการท่องเที่ยว อินโดจีน (TRADE AND TOURISM BRIDGE TO INDOCHINA)”
เป้าประสงค์การพัฒนา
1. ประเทศชาติมั่งคง ประชาชนมั่งคั่ง
ประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นยุทธศาสตร์ 1 : การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมียุทธศาสตร์ประกอบด้วย
1. การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถให้กับบุคลากรและแรงงาน
ประเด็นยุทธศาสตร์ 2 : การพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมียุทธศาสตร์ประกอบด้วย
1. การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถให้กับบุคลากรและแรงงาน
เพิ่มศักยภาพและมูลค่าแหล่งท่องเที่ยว
2. พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว
3. พัฒนาระบบข้อมูลทางการท่องเที่ยวและการประชาสัมพันธ์
4. ประสานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
5. พัฒนาโครงข่ายการคมนาคมระหว่างกลุ่มจังหวัด
ประเด็นยุทธศาสตร์ 3 : การพัฒนาการค้าชายแดน โดยมียุทธศาสตร์ประกอบด้วย
1. การเพิ่มปริมาณและมูลค่าการค้าตลอดจนปรับปรุงกระบวนการผ่านแดนและอำนวย
ความสะดวกกิจกรรมการค้า
ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 : การพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยมียุทธศาสตร์ประกอบด้วย
1. การปรับโครงสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรและการพัฒนารูปแบบความร่วมมือ
ตลอดจนส่งเสริมการร่วมทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน
จากข้อมูลข้างต้น ท่านคิดว่าท่านจะมีแนวทางในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในประเด็นเรื่องอะไร โดยให้กลยุทธ์ Blue Ocean (25 คะแนน)

ข้อที่ 2 ร้านดอกไม้ออนไลน์ มีความน่าสนใจสำหรับการประกอบพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์เนื่องจาก คุณค่าต่างๆ ที่ถูกจำกัด อยู่จากการมีหน้าร้านกายภาพเพียงอย่างเดียว ได้ถูกปลดปล่อยจากผลของการมีอินเทอร์เน็ต ทำให้ธุรกิจนี้มีคุณคาเพิ่มขึ้นในมุมมองของลูกคายกตัวอย่างเช่น ความสามารถในการสั่งซื้อ ได้ตลอด24ชั่วโมง การจัดรูปแบบสินค้าเพื่อนำ เสนอผ่านเว็บไซต์ ลดความจำเป็นในการเดิน ทาง เป็นต้น และดอกไม้เป็นสินค้าซึ่งโดยปกติ มักจะเป็นการสั่งซื้อเพื่อส่งให้กับผู้อื่น ดังนั้น การสั่งซื้อที่สามารถดำเนินการผ่านอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ต้นจนจบถึงการส่งของและการจ่ายเงิน จึงถือเป็นความสะดวกสบายที่เพิ่มให้กับลูกค้า อีกทั้งการเปิดร้านดอกไม้ออนไลน์ทำให้ผู้ประ ระกอบ การสามารถขยายฐานลูกค้าออกสู่ต่างประเทศ ในแง่ของการสั่งซื้อได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย แนวทางในการดำเนินกลยุทธ์ ควรเป็นไป ในลักษณะของการสร้างเครือข่ายเพื่อขยาย บริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยจำเป็นที่จะ ต้องหาพันธมิตรในลักษณะของผู้ประกอบการ ในพื้นที่ทั้งที่เป็นผู้ปลูกดอกไม้ และร้านดอกไม้ ทั่วไป ผู้ประกอบการควรพิจารณาการขยาย สินค้าบริการให้ รวมถึงสินคาทดแทนบางประเภท เช่นของขวัญ ของชำร่วย เพื่อลดการแข่งขัน จากสินค้าเหล่านั้น หรือในอีกกรณีหนึ่ง การเข้า ร่วมกับรานค้าออนไลน์ อื่นๆในลักษณะพันธมิตร ที่อาจเป็นร้านค้าออนไลน์ที่เสนอสิ่งทดแทนได้ เช่นร้านเค้ก ร้านหนังสือ เพื่อเสนอส่งดอกไม้ ร่วมในโอกาสเดียวกันนั้น ทำให้ผู้ประกอบกิจการกลายเป็นที่รู้จักของลูกค้าร้านค้าออนไลน์อื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการอาจเน้นการสร้าง ความแตกต่างในส่วนของสินค้า หรือบริการ โดยกำหนดวิธีการต่างๆ เช่น การปรับปรุงและ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่เสมอ หรืออาจจะเป็นใน เรื่องของการบริการตอบกลับ หรือจะเน้นใน เรื่องความแตกต่างของตัวผลิตภัณฑ์เองก็ได้ แหล่งข่าวกล่าวว่าการสร้างรายได้จากธุรกิจ ร้านดอกไม้ออนไลน์สามารถกระทำได้จาก 2 ทางหลัก ได้แก่ รายได้จากการขายสินค้า หรือ รายได้จากการเก็บค่านายหน้า ถ้าหากท่านเป็นเจ้าของร้านดอกไม้ออนไลน์ท่านจะมีกลยุทธ์ในการที่จะทำให้ร้านของท่านประสบความสำเร็จในการเป็นที่รู้จักของลูกค้าอย่างไรบ้าง (25 คะแนน)

ข้อที่ 3 ตามที่หน่วยงานแห่งหนึ่งต้องการจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ เป็นจำนวนเงิน 10,640,800 บาท ตามรายการ ดังต่อไปนี้
1. ระบบติดต่อสื่อสารแบบรวมศูนย์ (UCC) 756,500.00
2. ระบบลิขสิทธิ์ (Campus Agreement) 1,000 Standard License 2,135,000.00
3. ชุดอุปกรณ์กระจายสัญญาณเครือข่ายไร้สาย 2,435,800.00
4. อุปกรณ์เครือข่ายเสมือนแบบ SSL (VPN) 1,798,000.00
5.ระบบเพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต 2,595,000.00
6. Server for UCC(OCS), Exchange) and Web report 750,000.00
7. ADSL Firewall 170,500.00
(หมายเหตุ ราคาอาจจะมีปรับเปลี่ยนตามคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละรายการ)
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 1 เพื่อใช้ในการจัดการประชุมผ่านระบบเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสอนผ่านเครือข่าย ทั้งนี้ เมื่ออาจารย์ผู้สอนทำการสอนเสร็จแล้วระบบสามารถบันทึกเอกสารที่เป็น Power Point และเสียงได้อัตโนมัติ โดยนักศึกษาสามารถเรียกและจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวได้
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 2 เพื่อเป็นการดำเนินการพระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยเป็นการใช้โปรแกรมระบบปฏิบัติการและระบบโปรแกรมสำนักงานของบริษัท Microsoft เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาทุกคนในหน่วยงานใช้งานโปรแกรมระบบปฏิบัติการและระบบโปรแกรมสำนักงานได้อย่างถูกต้อง
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 3 เพื่อสามารถรองรับการใช้งานของนักศึกษาและบุคลากรในการใช้คอมพิวเตอร์ Notebook (ซึ่ง Notebook ปัจจุบันและอนาคต แนวโน้ม จะมีราคาไม่สูงมากนัก) ที่มีจำนวนมากขึ้น ให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมอาคารทุกอาคารทุกพื้นที่
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 4 เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรที่อาศัยอยู่ภายนอกหน่วยงานหรือ กรณีที่เดินทางไปราชการต่างจังหวัด สามารถเข้าระบบเครือข่ายของหน่วยงานเพื่อใช้ฐานข้อมูล Online ของหน่วยงาน ซึ่งเปรียบเสมือนที่ใช้งานระบบเครือข่ายภายในหน่วยงาน
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 5 เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการโหลดข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้งาน (Users) ในแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มอาจารย์ กลุ่มเจ้าหน้าที่ กลุ่มนักศึกษา ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบและใช้งานในการโหลดข้อมูลสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งาน
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 6 เพื่อเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในการจัดเก็บข้อมูลของระบบรายการที่ 1
ประโยชน์โดยสังเขปของรายการที่ 7 เพื่อเป็นระบบบริหารจัดการการเชื่อมต่อในกรณีที่ระบบอินเทอร์เน็ตของหน่วยงานไม่สามารถใช้งานได้ โดยให้เชื่อมต่อระบบ ADSL (ระบบ Link สำรอง) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
จากข้อมูลข้างต้น รายการทั้ง 7 รายการ ถ้าหากท่านได้รับมอบหมายให้จัดทำระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ 5 ท่านจะมีแนวทางในการจัดทำยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ให้ผู้ใช้งานได้คำนึงถึงประโยชน์ของการตรวจสอบและใช้งานในการโหลดข้อมูลสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งาน อย่างไร ทั้งนี้ การใช้ SWOT จะสามารถนำมาเกี่ยวข้องได้หรือไม่ ทั้งนี้ ให้อธิบาย
(30 คะแนน
)
ข้อที่ 4
จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
กลยุทธ์ (Strategy ) คือ แผนรวมขององค์การที่นำเอาข้อได้เปรียบและจุดเด่นในด้านต่างๆ มาใช้ประโยชน์และปรับลดจุดด้อยหรือเอาชนะข้อจำกัดที่มีอยู่เพื่อแสวงหาโอกาสและหลีกเลี่ยงอุปสรรคซึ่งจะทำให้องค์การสามารถอยู่รอดและเจริญเติบโตได้ในระยะยาว รวมทั้งสามารถเอาชนะคู่แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
ระดับของกลยุทธ์ มี 3 ระดับ คือ 1. กลยุทธ์ระดับบริษัทหรือองค์การ(Corporate Strategy) 2. กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy) และ 3. กลยุทธ์ระดับหน้าที่(Functional Strategy)
องค์การสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ใดได้บ้างเพื่อรับมือแรงกดดันทางการแข่งขัน คือ 1.กลยุทธ์ในการเป็นผู้นำด้านราคา (Cost Leadership Strategy) 2. กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) 3. กลยุทธ์เน้นกลุ่มเป้าหมาย (Focus Strategy)
กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์(Strategic Management Process)
1. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม(Environment Analysis) or (SWOT Analysis) Strength(จุดแข็ง) Weakness(พิจารณาเกี่ยวกับจุดอ่อนขององค์กร) Opportunity (พิจารณาเกี่ยวกับโอกาส) Threat(อุปสรรค์)
2. การกำหนดกลยุทธ์(Strategy Formulation)
3. การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ(Strategy Implementation)
4. การควบคุมกลยุทธ์(Strategy Control)
แผนกลยุทธ์ของบริษัท: คือ แผนซึ่งระบุวัตถุประสงค์ในระยะยาวของธุรกิจ, ข้อเสนอในการบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ซึ่งประกอบด้วย วิสัยทัศน์ (Vision), ภารกิจ (Mission), เป้าหมาย (Goal), และวัตถุประสงค์ (Objective) ขององค์การ
กลยุทธ์ธุรกิจ (Business Strategy) กับกลยุทธ์ระบบสารสนเทศ (IS Strategy) และกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Strategy) มีความสัมพันธ์กัน คือ แผนกลยุทธ์ธุรกิจจะเป็นแนวทางในการกำหนดทิศทางของแผนกลยุทธ์ระบบสารเทศ ในขณะที่แผนกลยุทธ์ระบบสารเทศเป็นเครื่องชี้ทางแผนกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์การ
ให้ท่านอธิบาย กลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการพัฒนาระบบสารสนเทศในโรงเรียน และให้กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย ของกลยุทธ์ดังกล่าว (40 คะแนน)



“กลยุทธ์ จะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องอาศัยปัจจัยทรัพยากรหลายๆ อย่าง แต่ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ ปัจจัยในเรื่อง ความตั้งใจอย่างแรงกล้า” มนูญ ศรีวิรัตน์ 11 มีนาคม 2552

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความรู้ เพื่อหาคำตอบ สำหรับวันที่ 24/2/2010

สรุป Strategic Management for IT

มีความรู้มากมายที่ผู้รู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการกลยุทธ์เช่น

โดยการประยุกต์ใช้ก็มีมากมาย เช่น


เมื่อเรามีความรู้ด้านบริหารกลยุทธ์ มีประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Information Technology ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคน ทุกหน่วยงานหลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องนำ IT ประยุกต์ IT ในการทำงานปฏิบัิติงานให้องค์กรประสบความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ขององค์กรนั้นๆ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีคำถามว่า

1. การบริหารกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ ในองค์กรมีความสำคัญ ความจำเป็น มากน้อยเพียงใด และเหตุใดทุกหน่วยจะต้องดำเนินการ ไม่ดำเนินการได้หรือไม่
2. กรณีศึกษาบริษัทประกันชีวิต ABXY ตามเอกสารที่แจกไปเมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 นั้น ท่านคิดว่าจะมีกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการให้บริษัทดีขึ้นได้หรือไม่อย่างไร พร้อมให้เหตุผลประกอบ ด้วย
3. จาก SWOT ของวิทยเขตมุกดาหาร ถ้าหากว่าจะทำเป็นยุทธศาสตร์การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาวิทยาเขตมุกดาหารจะทำได้หรือไม่ และยุทธศาสตร์ที่ว่าควรจะเป็นอย่างไร บอกข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

ครับทั้ง 3 ข้อ ทำให้ทุกท่านได้เกิดการเรียนรู้่ การเรียนรู้บางครั้งจำเป็นที่จะต้องรู้จากผู้รู้ แต่บางครั้งเราสามารถที่ค้นหาความรู้ เพื่อรู้เองได้ การรู้เองจะทำให้เกิดความจำในส่วนของสมองที่เราจะสามารถนำไปประยุกต์ในอนาคตได้ ดังนั้น ถ้าเราฝึกฝนเป็นผู้ที่ใผ่รู้ให้มากๆ แล้ววันหนึ่ง เราจะเป็นผู้รู้ที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดสู่คนอื่นๆ ผมจะรอวันที่ทุกท่านเป็นผู้รู้ และผมจะขอความรู้จากท่านเช่นกัน
ขอบคุณมากในความใส่ีใจที่จะเป็นผู้รู้ครับ
มนูญ ศรีวิรัตน์

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กลยุทธ์ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ

ในการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะเป็นว่าในการวางกลยุทธ์เพื่อจะได้โครงการในการพัฒนาระบบสารสนเทศนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ซึ่งฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับที่ 10) และไปดูที่รายละเอียดที่เป็นนโยบายด้าน ICT ของประเทศที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรับผิดชอบ ที่เรียกว่า แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (ฉบับที่)

นอกจากแผนแม่บท ICT ระดับประเทศแล้ว ระดับกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดทำแผนแม่บทด้าน ICT ที่สอดรับกับแผนแม่บทระดับประเทศเพื่อทำให้ทิศทางการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือ ICT เป็นไปในทิศทางเดียวกันอันจะเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศด้าน ICT สำหรับ แผนแม่บท ICT ผู้เขียนคิดว่ามีประเด็นบางส่วนที่สำคัญ เกี่ยวกับ การพัฒนาระบบ การใช้ระบบที่เรียกว่า Open Source ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ 1 : การพัฒนากำลังคนด้าน ICT และบุคคลทั่วไปให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ ผลิต และการใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน (ที่มา : http://www.mict.go.th/download/ICT_masterplan/no6_ICTMP2_NITC_Vision.doc.pdf) ในมาตรการ การพัฒนาบุคลากร ICT ข้อ 1.1 ปรับปรุงรูปแบบ วิธีการในการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา (2) และ (4) เกี่ยวกับการใช้ Open Source

จากแผนแม่บทดังกล่าวในปัจจุบันมีการใช้ Open Source เพิ่มมากขึ้นแต่จำนวนยังไม่สูงมากนัก จำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันศึกษาต่างๆ จะต้องมีกลยุทธ์ แผนงาน มีโครงการที่จะส่งเสริมและสนับสนุนในการใช้งานระบบ Open Source ซึ่งปัจจุบันการพัฒนา Website ด้านต่างๆ มีความต้องการสูงมากจากผู้ใช้บริการที่เป็นระบบ E-Service ประเภทต่างๆ และสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องมื่อเป็นโปรแกรม Open Source ที่จะสามารถถูกนำมาใช้ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ พัฒนาระบบ Website คือ Joomla [โดยที่ Joomla!” เป็นโปรแกรม open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Web Content Management Systems: CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ mySQL ทั้งนี้ Joomla! ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยระยะเริ่มต้น Joomla! ได้มุ่งเน้นเพื่อใช้ในการพัฒนา Coporate Website หรือเว็บไซต์ของบริษัทและองค์กรต่างๆ รวมไปถึงเว็บ Intranet ภายในหน่วยงาน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของรูปแบบที่ดูเป็นสากล รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานของทั้งผู้พัฒนาและผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจาก CMS ทั่วไป ตรงที่สามารถออกแบบและสร้างหน้าตาของเว็บไซต์ (Template) ได้ตามต้องการ และเนื่องจากการพัฒนา Joomla! ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องมือเสริมหลายตัวที่ช่วยในการนำไปใช้สร้างเว็บไซต์ได้หลายประเภทมากขึ้น อาทิ การสร้างเว็บไซต์เชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce การสร้างเว็บท่า(Portals) การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็น Community และเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้

หากต้องการที่จะสร้างเว็บไซต์ แต่ไม่เคยรู้ว่าจะทำได้อย่างไร Joomla! สามารถช่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมอย่าง HTML, XML, DHTML, PHP หรือแม้แต่ mySQL ซึ่งสามารถเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเนื้อหา โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขโปรแกรม รวมถึง Joomla! ยังไม่มีขีดจำกัดในเรื่องของการออกแบบ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้สวยงามตามต้องการ (ที่มา :
www.idesign.in.th/us/categoryblog/156-joomla--.html) ]

คำถาม

1. ท่านคิดว่าจะใช้ Joomla ในการพัฒนาระบบสารสนเทศประเภทใดที่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือสภาวะเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน

2. ถ้าหากท่านเป็นผู้บริหารของบริษัทหรือองค์กรใด ท่านจะมีนโยบายหรือกลยุทธ์อย่างไร ให้มีการใช้งาน Joomla ให้เกิดประโยชน์และเกิดผลดีต่อองค์กร

3. ท่านคิดว่า Joomla เป็นทางเหลือที่ดีหรือยัง จะมีข้อพัฒนาเพิ่มเติมในด้านใดบ้าง พร้อมให้เหตุผล

ีต่อองค์กร

ใด ท่านจะมีนโยบายหรือกลยุทธ์อย่างไร ให้มีการใช้งาน ผนแม่บทด้าน ปดูที่รายละเอียดที่เป็นนโยบาย

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

กลยุทธ์ในการใช้ ICT เพื่อส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษ

ในปัจจุบันจะเห็นว่าการสื่อสารการเชื่อมต่อกันระหว่างประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ภาษากลางในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นภาษาอังกฤษ (แต่อาจจะไม่แน่ เพราะในอนาคตประเทศจีนเป็นประเทศที่ทุกประเทศต้องการติดต่อการขาย) ดังนั้น จะเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างมากที่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปจำเป็นจะต้องมีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยที่
(http://www.culi.chula.ac.th/e-Journalt/research_05.htm) ได้กล่าวว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาประเทศ สังคมไทยตระหนักดีว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน สังคมต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ เพื่อแสวงหาความรู้ และเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งกระบวนการศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องช่วยเสริมความสามารถ นอกจากนี้ภาษาอังกฤษยังมีบทบาทสำคัญทางด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างชนชาติต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าของภาษา (native speakers) ที่ใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้น อันได้แก่ คนอังกฤษ คนอเมริกัน คานาดา และออสเตรเลีย แต่ชนชาติอื่นๆที่มีการติดต่อกันระหว่างชนชาติ เช่น คนไทยติดต่อกับคนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฯลฯ ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสาร หรือใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพในธุรกิจอย่างกว้างขวางและรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้ภาษาอังกฤษยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นภาษาสากลนานาชาติ (English as an international language) ในการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ เป็นภาษาสำคัญในด้านการศึกษา จัดเป็นสื่อสำคัญนำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาการ และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการศึกษาในระดับสูงขึ้นไป อีกทั้ง การศึกษาเป็นพลังสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และครูเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่จะเอื้ออำนวยให้การศึกษาดำเนินไปในแนวทางที่พึงประสงค์ ในขณะที่ภาษาอังกฤษมีความสำคัญและ จำเป็นมากขึ้น ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจึงจัดว่าเป็นบุคลากรที่สำคัญยิ่งที่จะถ่ายทอดความรู้และทักษะทางภาษา สร้างบรรยากาศและกิจกรรมทางภาษา อันจะเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษา กระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของภาษาและรักที่จะเรียนภาษา ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ในโลกยุคโลกาภิวัตน์
วิสัยทัศน์ของมหาวิทยลัยอุบลราชธานี "เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ ที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง" ดังนั้น เราจะเป็นจะต้องมีการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นด้านภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ
คำถาม ถ้าหากเราจะใช้ ICT ในการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษจะมีวิธีการกลยุทธ์ โครงการอย่างไร และท่านคิดอย่างไรว่ากลยุทธ์ โครงการดังกล่าวที่ท่านเสนอจะเหมาะสมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งนี้ ให้ระบบขั้นตอนวิธีการที่จะได้มาซึ่งกลยุทธ์และโครงการที่ท่านนำเสนอ

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553

กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ

หลายๆ ท่านคงจะเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิต สำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยนักศึกษามีพฤติกรรมที่ใช้เครื่องมือด้าน ICT มากขึ้น รวมทั้งใช้สังคมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Hi5 Blog Twitter) มีจำนวนมากขึ้น อีกทั้ง สืบเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยของเราในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อการได้รับงบประมาณสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กำหนดให้หน่วยงานจัดหาระบบจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวที่เกี่ยวกับการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการจัดหาเช่นกัน นอกจากนั้น แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับที่ 2 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษามีแผนการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการประเมินประกันคุณภาพการศึกษาผลการประเมินได้เสนอแนะให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ว่า “เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ ที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ด้วยสาเหตุข้างต้นจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีต้องดำเนินงานการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณทั้งเงินแผ่นดินและเงินรายได้
ดังนั้น เพื่อให้วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นจริงในประเด็นการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้การสอนโดยเน้นความพอเพียง ตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “สร้างสติและปัญญาแก่สังคม บนพื้นฐานความพอเพียง” ผู้เขียนใคร่ขอนำเสนอการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เนื่องจากเครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์ (Social Network เช่น blog, twitter, facebook, homepage เป็นต้น) เป็นระบบที่ผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและงบประมาณในการพัฒนาระบบ โดยทั้งอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาสามารถใช้งานระบบได้ง่ายและสะดวก นอกจากนั้น การประยุกต์ดังกล่าวจะเป็นการดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายในหัวข้อ “แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า” ในการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า” ณ โรงแรม บีพี สมิหลา จังหวัดสงขลา วันที่ 23 กันยายน 2542 ดังความตอนหนึ่งว่า “...ข้าพเจ้าเคยเปิดพบ Websites ของห้องสมุดประชาชนในต่างประเทศที่เป็นเวทีให้เด็กทำแบบนี้ ให้เด็กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นของตนลงไป เพื่อเล่าให้เด็กอื่นๆที่เปิดดูทราบว่า เขามีความคิดต่อหนังสือเล่มนี้อย่างไร ในลักษณะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการใช้สื่ออื่นๆ ต่อไป...” “...ความรู้ทาง internet ได้ด้วย ครูจึงน่าจะไปตรวจดูก่อนว่า เรื่องที่จะกำหนดในแผนให้พูดในชั้นเรียนนั้นจะมี websites อะไรบ้างที่จะส่งเสริมการสนทนาในชั่วโมงนั้นต้องตั้งข้อสังเกตได้ว่า websites นั้นเป็นอย่างไร เพราะในเรื่องเดียวกันจะมีหลาย websites จะมีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันออกไป...” “...ข้าพเจ้าเคยเปิดพบ Websites ของห้องสมุดประชาชนในต่างประเทศที่เป็นเวทีให้เด็กทำแบบนี้ ให้เด็กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นของตนลงไป เพื่อเล่าให้เด็กอื่นๆที่เปิดดูทราบว่า เขามีความคิดต่อหนังสือเล่มนี้อย่างไร ในลักษณะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการใช้สื่ออื่นๆ ต่อไป...”
โดยในปัจจุบัน E-Book หรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(http://student.nu.ac.th/supaporn/e%20-book.htm) ได้มีความหมายหลายอย่าง
ดังนี้
1.1 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์ที่ใช้ในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้นก็ได้มีผู้ให้คำนิยามเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้หลายท่านด้วยกัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะด้วยกัน คือในลักษณะของซอฟท์แวร์ , ฮาร์ดแวร์ และในลักษณะที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์
1.1.1 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะของซอฟท์แวร์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หมายถึง หนังสือเล่มที่ถูกดัดแปลงให้อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ผู้อ่านสามารถอ่านข้อมูลได้จากจอคอมพิวเตอร์ มีลักษณะข่าวสารเป็นแบบพลวัต หากต้องการปรับปรุงข้อมูลก็สามารถทำได้โดยดึงข้อมูล (Download) มาจากอินเตอร์เน็ต หรือซีดีรอม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีความสามารถในการทำไฮเปอร์เท็กซ์, คนหาข้อความ , ทำหมายเหตุประกอบ และการทำสัญลักษณ์ใจความสำคัญ (พิชญ์ วิมุกตะลพ, 2538 : 214; Barker , 1992 : 139 ; Gates,1995 : 139 ; “What are E- Books?”,1999 : 1; “NetLingo :The Internet Language Dictionary”, 1999 : 1 “High-Tech Dictionary Definition”, 1999 : 1 “Electronic Book”, 1999 : 1; Reynolds and Derose. 2535 : 263, อ้างถึงใน สุชาดา โชคเหมาะ,2539 : 1-2)
1.1.2 ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะของฮาร์ดแวร์ ได้มีผู้ให้คำนิยามไว้ดังต่อไปนี้
“TechEncyclopedia” (1999 : 1) กล่าวกันว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นอุปกรณ์ฉบับกระเป๋าซึ่งสามารถแสดงข้อมูลที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ได้ สามารถจัดทำสำเนาได้ ทำบุ๊คมาร์คและทำหมายเหตุประกอบได้ “Electronic Book – Webopedia Definition” (1999 : 1)ได้กล่าวถึงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในฐานะที่เป็นฮาร์ดแวร์ไว้ในทำนองเดียวกับ TechEncyclopedia โดยได้แบ่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 2 รูปแบบคือ ร็อคเก็ตอีบุ๊ค (Rocket Ebook )ของ นูโวมีเดีย เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับกระเป๋า พกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 22 ออนซ์ เก็บข้อมูลได้ถึง 4,000 หน้ากระดาษการเปิดพลิกหน้าร็อกเก็ตอีบุ๊คให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการเปิดหนังสือจริงสามารถทำแถบสว่าง (Highlight) , ทำหมายเหตุประกอบ , ค้นหาคำ และสร้างบุ๊คมาร์คได้ หากต้องการปรับปรุงข้อมูลก็สามารถติต่อไปยังร้านหนังสือหรือเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สำหรับรูปแบบที่ 2 คือ ซอฟท์บุ๊ค (Softbook) ของซอฟท์บุ๊คเพรส มีลักษณะคล้ายกับร็อคเก็ตบุ๊ค มีความจุตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึง 1 ล้านหน้ากระดาษ
1.1.3 ความหมายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ได้มีผู้ให้ความหมายดังนี้
“What is an E-Book (1999 : 1) ได้ให้ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือทั้งที่มีและไม่มีตัวจริง โดยมีรูปแบบการอ่าน 3 แนว คือ ดึงข้อมูลออกมาและพิมพ์โดยผู้ใช้งาน,อ่านโดยตรงจากจอคอมพิวเตอร์ และใช้อ่านโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่นได้แก่ ไลเบรียสมิลลิเนียมอีบุ๊ครีดเดอร์ (Librius Millennium Ebook Reader) , ร็อคเก็ตบุ๊คเป็นต้น
จากความหมายที่กล่าวมาทั้ง 3 ลักษณะ สามารถสรุปได้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การนำหนังสือหนึ่งเล่มหรือหลายๆ เล่ม มาออกแบบใหม่ให้อยู่ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์ โดยปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่รูปของตัวอักษร, ภาพนิ่ง , ภาพเคลื่อนไหว ,เสียง , ลักษณะที่ตอบโต้กันได้ (interactive) และการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ สามารถทำบุ๊คมาร์กและหมายเหตุประกอบตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ โดยอาศัยพื้นฐานของหนังสือเล่มเป็นหลัก
1.2 ธรรมชาติของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีโครงสร้างเหมือนๆกับหนังสือเล่มทั่วๆไป โดยจะประกอบด้วยหน้าปกหน้า-หลัง , สารบัญ ,เนื้อหาภายในเล่ม และดัชนี เนื้อหาภายในเล่มอาจจะแบ่งออกเป็นบทแต่ละบทมีจำนวนหน้ามากน้อยแตกต่างกันไป ในแต่ละหน้าจะประกอบด้วยตัวอักษร, ภาพนิ่ง , ภาพเคลื่อนไหว ,เสียง (อาจจะแสดงทันทีหรือปรากฎเป็นปุ่มไว้ให้กดเรียกก็ได้)หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตะแตกต่างจากหนังสือเล่มในการพลิกหน้า โดยที่ไม่ได้มีการพลิกหน้าจริง หากแต่เป็นไปในลักษณะของการซ้อนทับกัน (Barker and singh, 1985 quoted in Barker and Manji. 1991 : 276) สิ่งที่แตกต่างกันระหว้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับหนังสือเล่มอย่างเด่นชัดคือ การปฏิสัมพันธ์และความเป็นพลวัต (Barker,1996 : 14) ซึ่งอาจจะแตกต่างกันล่างในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่ละเล่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน และการปฏิสัมพันธ์จากผู้อ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเหมือนกับหนังสือเล่มดังภาพประกอบ 2 คือมีหน้าปกเพื่อบอกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับหนังสือ หากใน 1หน้า มีข้อมูลเป็นหน้าคู่ ด้านซ้ายมือเป็นหน้าซ้าย ด้านขวามือจะเป็นหน้าขวา กดปุ่มไปหน้าก็จะไปยังหน้าต่อไป กดปุ่มถอยหลังจะกลับไปหน้าก่อน นอกจากนี้ยังสามารถกระโดดข้ามไปยังหน้าที่ผู้อ่านต้องการได้อีกด้วย หน้าสุดท้ายจะเป็นหน้าก่อนออกจากโปรแกรม ถึงแม้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะคล้ายกับหนังสือเล่มมากแต่ข้อจำกัดที่มีอยู่มากมายในหนังสือเล่มไม่สามารถส่งอิทธิพลมายังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด
นอกจากนั้น ที่ http://www.edtechpark.net/nataya/Ebook_arm/advantage.html ได้กล่าวถึงข้อดีของ E-book เพิ่มเติม
คำถามที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีนโยบายนำ E-book มาใช้ในการเรียนการสอน ท่านคิดว่าจะตอบคำถามต่อไปนี้ได้หรือไม่อย่างไร
(1) มหาวิทยาลัยควรจะมีกลยุทธ์และวิธีการอย่างไรในการที่จะให้นักศึกษาและอาจารย์ได้รับทราบข้อดีและข้อเสียของการใช้ E-book ในการเรียนการสอน
(2) ถ้าหากว่าท่านได้รับการเลือกเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ E-book ท่านคิดว่าจะได้อย่างไรถึงจะสามารถทำให้มียอดขายจำนวนมากที่สุด

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ

กลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโยลีสารสนเทศ

เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกองค์กรจะต้องมีการพัฒนากลยุทธ์ ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรต่างๆ จะต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาองค์กรไม่ว่าจะเป็นด้านเกี่ยวกับข้อมูลบุคลากร ข้อมูลการเงิน ข้อมูลอื่นๆ เป็นต้น

การจัดการกลยุทธ์สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ Strategic Management for Information Technology
อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับหน่วยงาน อย่างไรก็ดี การจัดการกลยุทธ์จำเป็นจะต้องอาศัยความรู้ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านอื่นๆ ซึ่งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน จะต้องมีการจัดการที่ดี

กลยุทธ์ Red Ocean
กลยุทธ์ Blue Ocean
กลยุทธ์ White Ocean
กลยุทธ์ Green Ocean